[BTW] The Ghost And The Rumor
posted on 29 Nov 2010 22:50 by blue-alpha in BTW-Story
เอนทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของ Blodwen Town Wonderland Project
Indistinct Lady's Story
The Ghost And The Rumor
เส้นผมสีดำ ดวงตาสีดำ
เครื่องแบบสีดำ
อีกา . . . . .
แล้วเช่นนี้ จะไม่ให้ถูกเรียกว่า ท่านหญิงในเงามืดได้อย่างไร
หล่อนเดินทอดน่องในแสงสลัว
บัญชีประจำสัปดาห์ฉบับสุดท้ายเพิ่งปิดไป เวลาที่ขมวดลงสั้นเข้าจึงคลายตัวพอให้สามารถหายใจได้สบายกว่าหลายๆวัน
ฟ้าสนธยาสีส้มแดงกำลังถูกกลืนกินด้วยอำนาจจันทรา เขตตะวันออกของวังจึงสลัวกว่าส่วนทั่วไป
เสียงฝีเท้ากระทบพื้นหิน สะท้อนก้องไปมาในอณูของความเงียบ
รตาเคยได้ยินเรื่องไร้สาระที่บรรดาสาวใช้กระซิบกระซาบ ถึงระเบียงต้องห้ามเขตตะวันออกที่ห้ามเดินยามวิกาล
ไม่ใช่กฎของวัง หรือคำสั่งคิงเคลย์ตัน ควีนชีล่า แต่เพราะ ไม่มีใคร กล้าเดิน
เรื่องไร้สาระของระเบียงผีสิง
เขาว่ากันว่า เขาว่ากันว่า เขาที่ไม่รู้ว่าเขาไหน เขาที่พูดกันต่อๆไปจนใครๆก็เข้าใจว่าเป็นเรื่องจริง
ถึงเงาดำที่ลอยวูบไปวาบมาหลังตะวันตกดิน
ไม่มีใครเคยเห็นหน้า ไม่มีใครได้เห็นตัว มีเพียงเสียงร่ำลือถึงความสูงใหญ่และน่าสะพรึงของเงาทะมึนนั้น ดวงตาแดงเลือด ชุดคลุมดำสะบัดไหวโดยไร้แรงลม และ ไอพยาบาทที่ละลอยอยู่ในกระแสอากาศ . . .
เสียงลือเสียงเล่าอ้าง ว่านั่นคือราชเลขาธิการในพระองค์คนเก่า ที่ถูกคุณราชเลขารตาแย่งตำแหน่งไป เขาฆ่าตัวตายเพราะความแค้น ผูกพยาบาทและเกลียดชัง จนวิญญาณต้องมาวนเวียนอยู่กับเส้นทางที่ตนเคยใช้เข้าเฝ้าอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน
คำคน ผูกเรื่องเล่า เพียงเพราะเงาดำนั้นเริ่มปรากฏในช่วงที่หล่อนเข้ารับตำแหน่ง
เหลวไหลสิ้นดี
หล่อนไม่เคยทูล ไม่เคยแจ้งให้ราชินีของหล่อนทราบ ว่าเกิดอะไรขึ้นกับราชเลขาธิการคนใหม่คนนี้
รตาไม่ชอบเรื่องวุ่นวาย พอๆกับที่ไม่อยากให้ใครมาวุ่นวายเพราะตน
มันก็แค่เรื่องส่วนตัว เรื่องเล็กๆ ปัญหาน่ารำคาญของการเป็นคนในวัง
บางคนไม่ชอบขี้หน้าหล่อน รตารู้
บางคนต้องการมายืนในตำแหน่งที่หล่อนมี รตาทราบ
เพราะผลประโยชน์ เพราะความต้องการ ทำให้คนเราสามารถทำทุกอย่างเพื่อให้ได้มันมา
ราชเลขาธิการในพระองค์ เป็นขุนนางที่ใกล้ชิดองค์ราชินีมากที่สุด สามารถเข้าเฝ้าได้ทุกเมื่อตราบเท่าที่ยังไม่บรรทม สามารถทูลได้ทุกอย่าง ทุกเรื่องที่ราชินีถาม ทุกข้อความที่ควรต้องให้ราชินีทราบ
มันจึงไม่น่าแปลกใจ ที่ใครๆต้องการมัน
ก็คงมีแต่คนได้มาเช่นหล่อน ที่ไม่ได้ขวนขวายกระเสือกกระสนอยากได้เลย
ข่าวลือเป็นโรคระบาดอย่างหนึ่ง เกิดง่าย กระจายไว หายยาก และโชคร้าย คนที่ได้รับเชื้อนั้น คือหล่อนเอง
รตาจำได้ จำได้เสียยิ่งกว่าตัวเลขในบัญชีประจำปีทุกฉบับตั้งแต่ทำงานมา ว่าขวบปีแรกของการเป็นราชเลขาธิการ หล่อนต้องเผชิญกับอะไร
จดหมายขู่ฆ่า ซากสัตว์ตายที่จงใจมานอนอยู่บนโต๊ะทำงาน เอกสารที่หายอย่างไม่มีที่มาที่ไป ถ้อยคำเสียดสี แดกดันทุกครั้งที่ร่วมประชุมในสภาขุนนาง หรือร้ายกระทั่ง ข่าวลือลอยลม ว่าหล่อนมีความสัมพันธ์ลับๆกับข้าหลวงใหญ่บางท่าน เพื่อให้ได้รับการเสนอชื่อเข้าเป็นราชเลขาธิการ
บางทีก็สมควรอยู่หากจะถูกคิดแบบนั้น กับอาลักษณ์ฝึกหัดต๊อกต๋อย ที่จู่ๆก็เลื่อนขั้นมาเป็นคนสนิทองค์ราชินี
ประวัติหล่อนถูกขุดคุ้ยครั้งใหญ่ วันเดือนปีเกิด บิดามารดา ชีวิตก่อนเข้าวัง ที่รตาเองก็ไม่รู้ว่าจะสืบค้นไปเพื่อให้ได้อะไร
เพราะสุดท้ายแล้ว เหล่านั้น มันก็ดำมืดอยู่ดี หล่อนยอมให้มันสว่างเท่าที่หล่อนเล่าให้คนในกรมอาลักษณ์ฟัง มีเพียงองค์ราชินีเท่านั้น ที่ได้รู้ความจริง
รตาหลับตาลง ได้ยินเพียงเสียงลมหายใจตนเองในความเงียบ หล่อนรู้สึกเหนื่อย จนราวกับว่าระเบียงที่เดินมา ยาวจนไร้จุดสิ้นสุด
หล่อนเองก็เป็นมนุษย์ หล่อนเองก็มีชีวิต
หล่อนมีหัวใจ . . .
ต่อให้แสดงออกว่าใครจะพูดอะไรก็ไม่สน ต่อให้สั่งตัวเอง ใครจะว่าอะไรก็อย่าไปมัวคิด
แต่ลึกๆ รตา ก็เจ็บปวดเป็น
ความผิดของหล่อน คืออะไร . . .
ราชเลขาธิการคนก่อน ถูกสั่งปลดก่อนหล่อนเข้าวังเกือบสองเดือน เพราะรับสินบนในหน้าที่
ไม่มีใครรู้ ไม่มีใครทราบ คนที่ทราบก็ไม่กล้าบอกใคร
เป็นการสั่งปลดเงียบๆ โดยควีน . . .
แทบไม่มีสายตาคู่ไหนสังเกต ว่าเขาหายไป จนกระทั่ง หล่อนก้าวขึ้นมาแทน
ทั้งๆที่ ระยะห่างนั้น กินเวลาเกือบครึ่งปี . . .
ความจริงแล้ว วังตะวันตก ไม่มีคำว่าสั่งปลด การออกจากหน้าที่ เหลือเพียงแค่สองคำ คือ สละตำแหน่งด้วยความเต็มใจ และการขอให้สละตำแหน่งจากควีน หรือคิง
การเรียกว่าสั่งปลด เป็นเพียงถ้อยคำที่ใช้บังหน้าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงเท่านั้น
คนทำผิดต้องถูกลงโทษ นี่คือกฎของวัง นี่คือกฎของโลก คือความยุติธรรมที่ต้องรักษาไม่ให้สั่นคลอน
รตาไม่แม้แต่ชะงักเท้า เมื่อเงาดำวูบผ่านหางตา หล่อนทำเพียงเหลือบมอง
เงาสะท้อนในกระจกหน้าต่าง คือหล่อนเอง
วิญญาณพยาบาทที่คนเขาร่ำลือ คือราชเลขาธิการคนปัจจุบัน คนนี้เอง
สาวใช้ในวังไม่เคยเห็นหล่อน ขุนนางในวัง หากไม่ใช่คนในสภาหรือเด็กเดินเอกสาร ก็ไม่คุ้นหน้าหล่อน
มีเพียงคำบอกเล่า ว่าคุณรตา เป็นผู้หญิงร่างสูง
แต่จะมีสักกี่คน ที่รู้ว่าว่าสูงของหล่อนนั้น มันเกินมาตรฐานของหญิงสาวทั่วไป
ยิ่งเมื่อสวมชุดสีดำ ดังองค์ราชินีเคยถาม ว่าจะไว้ทุกข์ไปอีกนานแค่ไหน
ไม่แปลก ที่คนจะคิดไปทางอื่น ไม่แปลก ที่คนจะเข้าใจผิดในแง่นั้น
หล่อนชอบใช้ระเบียงตะวันออกหลบไปข้างนอกหลังเลิกงาน เพียงเพราะมันเงียบ และไม่มีใครมากวนใจ มาประจ๋อประแจ๋ขอให้ช่วยในเรื่องที่หล่อนไม่ควรทำ
หล่อนไม่ได้หวงตำแหน่ง ไม่ได้ยื้อเก้าอี้ อย่างที่เคยมีใครขอดค่อน หากองค์ราชินีเห็นใครที่เหมาะสม และต้องการแต่งตั้ง หล่อนก็พร้อมจะถอยออกมา
ที่ยังทำงานอยู่ตรงนี้ ก็เพียงเหตุผลง่ายๆ คือความรับผิดชอบ เละตอบแทนความไว้วางพระทัย ที่ราชินีชีล่ามอบให้ เท่านั้นเอง
เสียงกรวดถูกบดใต้ฝ่าเท้า ทำให้รตาตื่นจากภวังค์ หล่อนมัวแต่คิดถึงเรื่องอื่นเพลิน เสียจนลืมดูว่า ออกมานอกปราสาทตั้งแต่เมื่อไหร่
ฟ้าที่ถูกย้อมเป็นสีน้ำเงินทำให้หล่อนรู้สึกหนาว พอๆกับลมหัวค่ำที่โชยมา
กลิ่นของความเหงา
งานของวันนี้ ก็จัดการไปจนหมดแล้ว คงว่างพอที่จะไปดื่มสักแก้ว หรือเท่าที่อยาก ให้เมา
บางที โชคดีอาจจะได้เจอท่านนิธาน หรือเพื่อนน้ำวงน้ำอำพัน ให้พูดคุย ให้บอกเล่า เรื่องราวที่ไม่ต้องมีหน้ากากและหน้าที่เข้ามาคั่น
บางที หากสติหล่อนเลอะมากพอ ก็คงจะทำให้ฝันเห็นคนที่อยากฝันถึงได้บ้าง
ลมแรงพัดวูบมา อีกครั้ง
เมืองตะวันตกใกล้จะหนาวแล้ว ในน้ำนั่น เย็นมากหรือเปล่า
แอชลีย์
END.
========================================
[สรุป]
- เป็นเรื่องช่วงรตาอายุสักยี่สิบสามยี่สิบสี่จ้ะ(ปัจจุบันไทม์ไลน์เท่าBT 27จะ28แล้วววว)
- ในวังตะวันตก เขตระเบียงทิศตะวันออกมีข่าวลือว่ามีผีออกมา
- ผีที่ว่า(คนเขาก็เดากันไปว่า)เป็นคุณราชเลขาคนก่อนหน้านี้ที่ฆ่าตัวตายเพราะถูกรตาแย่งตำแหน่ง
- แต่จริงๆแล้ว เขาถูกควีนสั่งปลดเพราะรับสินบน และ ........ //สั่นพรึง แอบส่งสายตาหาลอร์ดนิธาน
- ส่วนตัวผี จริงๆก็คือตัวรตาเอง ที่เดินผ่านทางนั้นตอนเย็นๆค่ำๆ
- รตาค่อนข้างเหงา อากาศก็หนาว เลยคิดมาก อยากไปกรึ๊บไปกันใหญ่
- แอชลีย์ที่ท้ายบท ไม่ใช่ชื่อคุณราชเลขาคนเก่านะ แต่เป็น...... (ติดตามตอนต่อไป ฮ่าๆ)
==================================
- เขียนเพราะอารมณ์ค้างจากดราม่าส่วนตัว
- ไม่เกี่ยวอะไรกันเรื่องนี้เลย แต่อยากระบายอารมณ์ ฮ่าๆ รตา รับดราม่าไปนะลูกนะ
- แอบไม่ชินกับหมาไฟแฮะ orz

