[BT] B-Day
posted on 19 Mar 2012 21:21 by blue-alpha in BT-Story directory Fictionเอนทรี่นี้ เป็นส่วนหนึ่งของโปรเจ็ค
================================================
Time: March 2012
================================================
1.
รตากลืนคำสบถครั้งที่ไม่ต่ำกว่าหนึ่งร้อยของวันนี้ลงคอไปขณะปลุกปล้ำกับสายล็อกจักรยานที่วันนี้ดูจะว่ายากกว่าปกติ ซี่โลหะที่เต็มไปด้วยขี้ฝุ่นและคราบโคลนแห้งกรังไม่ยอมอยู่เฉยให้หล่อนคล้องโซ่เข้ากับแขนยึดวงล้อง่ายๆ จนกระทั่งนิ้วเข้าไปขัดกับซอกระหว่างขาตั้งกับดุมล้อเป็นรอบที่สาม หญิงสาวปาแม่กุญแจทิ้งก่อนลุกยืนและถอยหลังไปห่างๆเจ้าสองล้อคู่ชีพ สูดลมหายใจเข้าลึกๆ พยายามยั้งเท้าตัวเองไม่ให้ถีบรถล้มด้วยความโมโหไปเสียก่อน
ตามประสาครูวิทยาศาสตร์ รตาไม่เชื่อในโชคลางก็จริง แต่วันนี้ดูเหมือนว่าหล่อนจะต้องก้าวเท้าผิดข้างออกจากห้อง หรือไปสะดุดตาตุ่มเจ้าที่เจ้าทาง -- ถ้าหากว่าหอที่หล่อนอยู่มีเจ้าที่น่ะนะ -- ตอนเช้าเข้าแน่ๆ ความซวยสารพัดถึงได้ถล่มมาใส่ยิ่งกว่าตอนอายุอายุยี่สิบห้า แต่คิดดูอีกครั้ง บางทีเหตุการณ์ที่ไม่ได้เกิดขึ้นและทำให้หล่อนคิดว่าผ่านเบญจเพสมาได้อย่างสบายๆนั้น มันอาจกำลังตีวงย้อนกลับเข้ามาซัดเอาอีกสามปีให้หลังก็เป็นได้
ก็ว่าเข้านั่น
ครูชาวไทยส่ายหน้าให้กับตัวเอง ก่อนลงนั่งยองแล้วตั้งต้นล็อกจักรยานอีกครั้ง หล่อนไม่รู้ว่าระหว่างอาการปวดหัวที่แล่นเป็นริ้วๆตลอดทั้งวัน กับการขาดแว่นสายตา -- ที่เป็นดั่งอวัยวะที่สามสิบสาม -- อะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้ความสามารถในการมองเห็นอันมีอยู่จำกัดแย่ลงไปอีก รตาขมวดคิ้ว เพ่งสายตาที่มีพิสัยความคมชัดอยู่น้อยนิดและก้มตัวลงไปใกล้ล้อจักรยานให้มากเท่าที่ทำได้ นิ้วขยับสอดโซ่พันระหว่างซี่ล้อและแขนยึดวงล้อ พยายามใจเย็นให้มากเท่าที่สุด จนกระทั่งรู้สึกว่ายึดแน่นดีแล้วจึงได้คล้องแม่กุญแจล็อกเป็นขั้นตอนสุดท้าย
หล่อนใช้แขนเสื้อปาดเหงื่อและฝุ่นไคลที่เปื้อนหน้าอย่างไม่กลัวชุดทำงานจะสกปรกก่อนเช็ดมือกับขากางเกง คว้าถุงผ้าในตระกร้าหน้ารถ แล้วจึงเดินมะงุมมะงาหราไปบันไดขึ้นหอ พลางนวดคลึงขมับและหนังศีรษะไปพลาง
รตาปวดหัวตั้งแต่เช้า -- หล่อนไม่แน่ใจว่ามันเกิดจากการนอนไม่หลับติดต่อกันหลายวัน ความเครียด หรือกล้ามเนื้อที่เกร็งมากเกินไปกันแน่ -- และยิ่งทวีความรุนแรงหนักขึ้นในตอนสายเมื่อแว่นคู่ชีพเป็นอันหมดอายุขัย ยาพาราเซตามอล หรือพอนแสตนไม่สามารถบรรเทาอาการได้ และครูชีวะก็ไม่กล้าเสี่ยงกับนอเจสิกที่--ค่อนข้างมั่นใจว่าจะ--ให้ผลชะงัดกว่า เพราะกลัวจะเผลอพับไปจนเลยคาบสอน ทำให้วันจันทร์ที่หล่อนไม่ค่อยชอบเท่าไหร่เพราะเจอศึกหนักกลายเป็นวันนรกแตกได้ง่ายๆ อารมณ์ปกติควรจะเสถียรหลังออดโฮมรูมกลับกลายเป็นแปรปรวนยิ่งกว่าคลื่นทะเล หล่อนไม่ชอบตัวเองตอนเป็นนางมารร้ายเท่าไหร่ และรู้ว่าไม่มีใครอยากโดนคนอื่นเหวี่ยงใส่โดยไม่มีสาเหตุทั้งนั้น ตลอดวันรตาจึงพยายามพูดให้น้อยที่สุดเพราะกลัวจะเหยียบความอยากหาเรื่องไว้ไม่อยู่ พอออดเลิกเรียนดัง หญิงสาวก็โกยของบนโต๊ะใส่ถุงผ้า บอกลาเพื่อนร่วมงาน แล้วถีบรถกลับหอด้วยความเร็วเท่าที่ตาถั่วๆของหล่อนจะยอมให้ขาปั่นได้โดยไม่เอาล้อไปเสยรั้วบ้านใครเข้าเสียก่อน
ในหัวตอนนี้รตามีเพียงโฟลว์ชาร์ต อาบน้ำ กินยา แล้วนอน เท่านั้น อะไรที่นอกเหนือไปกว่านี้จะถูกปัดออกนอกชุดคำสั่งอย่างไม่ลังเล
หญิงสาวยอมรับกับตัวเอง -- แม้จะไม่ชอบใจสักเท่าไหร่ -- ว่าบ่ายวันนี้ หมอนนุ่มๆกับแอร์เย็นๆมีแรงดึงดูดมากกว่าการตรวจข้อสอบย่อยที่ต้องรีบส่งคะแนนในวันพุธเสียอีก
อาการปวดหัวดูจะหายไปชั่วขณะเมื่อหล่อนสะดุดบันไดขั้นแรกเพราะความไม่ระวังจนหน้าทิ่ม อะดรีนาลีนฉีดพล่านจนพาให้รู้สึกตัวเย็นขึ้นมาวูบหนึ่ง โชคดีที่ตะปบแถบตู้จดหมายที่อยู่ใกล้ทางขึ้นได้ทัน ไม่อย่างนั้นคงได้เสียจูบให้พื้นซีเมนท์และเพิ่มอีกหนึ่งความซวยเข้าในสถิติของวันนี้เป็นแน่
หญิงสาวรีบดันตัวขึ้นก่อนที่จะมีใครมาเห็นด้วยความอาย ปัดฝุ่นที่ติดมือมากับต้นขา แล้วตั้งใจว่าคราวนี้จะค่อยๆเกาะราวบันไดเดินขึ้นหอไม่ให้หัวคะมำอีกเป็นอันขาด -- ถ้าหากว่าไม่เห็นกระดาษที่สอดอยู่ในตู้จดหมายเสียก่อน
ถึงตาจะมองไม่ชัดดี แต่จากลำดับของตู้ หล่อนก็จำได้ว่ามันเป็นของตัวเองไม่ผิดแน่ รตายื่นหน้าไปเสียจนเกือบชิดกระจก คิ้วขมวดเมื่อพยายามเพ่งมองว่ามันเป็นจดหมายเร่งด่วนจนต้องรีบไขหรือไม่ แต่พอหล่อนแกะชื่อผู้ส่งได้หญิงสาวก็เกือบจะหลุดสบถ -- หรือไม่ก็อยากเอาหัวโขกตู้รับจดหมายให้ตายไปข้าง
เมื่อเช้าก่อนออกไปทำงาน หล่อนต้องเผลอไปเหยียบเท้าเจ้าที่ของหอเข้าแน่!
2.
ถ้าหากว่ามีอะไรที่แย่ไปกว่าการต้องเอาจักรยานออกไปอีกรอบหลังจากพยายามล็อกมันอยู่นาน ก็คงเป็นการที่เผลอเหยียบแว่นที่ใส่ประจำจนหักแน่ๆ
รตาไม่คิดว่าตัวเองจะเป็นคนซุ่มซ่ามได้ขนาดนั้น แต่ก็ใช่ว่าจะไม่เคยต้องเปลี่ยนแว่นเพราะอุบัติเหตุ -- อย่างน้อยครั้งล่าสุดที่จำเป็นต้องเปลี่ยนก็เพราะถูกลูกวอลเลย์บอลที่เด็กๆกำลังหัดเสิร์ฟมือล่างปลิวมาอัดหน้า และมันก็ผ่านมาเกือบห้าปีแล้ว
หล่อนไม่รู้ว่าจะควานเอาตรงไหนมาเป็นจุดตั้งต้นในการบรรยายความอับโชคในวันนี้ดี ระหว่างหัวที่ปวดหนึบมาตั้งแต่ตอนตื่นนอน หรือตอนที่เผลอปัดแว่นตกพื้นแล้วเหยีบซ้ำจนหักกลางแถมเลนส์ร้าวไปข้างกันแน่ -- ถึงแม้ว่าใจจะโอนเอียงไปอย่างหลังก็เถอะนะ เพราะหลังจากส่งแว่นไปสู่สุขคติแล้ว เหมือนว่าสารพัดเรื่องที่รอจู่โจมอยู่จะพุ่งเข้าใส่เสียจนอดสงสัยไม่ได้ว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาหล่อนได้ใช้แว่นสายตาเป็นยันต์กันซวยหรืออย่างไร ...
ทั้งกาแฟหกรดเท็กซ์บุ๊คที่อุตส่าห์ถนอมใช้มาตั้งแต่สมัยเรียน แจกันดอกไม้ร่วงลงมาเฉียดหัวตอนก้มลงไปรื้อเอกสาร สะดุดบันไดที่โรงเรียนจนเกือบจะได้เป็นผีเฝ้าตึกถ้าหากไม่ได้เพื่อนอาจารย์ช่วยคว้าแขนไว้ นักเรียนมอหนึ่งเกือบได้เผาห้องแล็บเพราะเอาตะเกียงแอลกอฮอล์ต่อไฟกันแทนที่จะจุดใหม่ และนั่นยังไม่นับรายการเดินชนตู้ โต๊ะ และประตูห้องอย่างนับครั้งไม่ถ้วนตลอดวันนี้
รตาถอนหายใจด้วยความหน่ายตัวเองขณะสองขายังคงปั่นจักรยานไม่หยุด
ความจริงแล้วมันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเบญจเพสหรือเรื่องสะดุดเท้าใครอย่างที่บ่นใส่ตัวเองหรอก ต่อให้หลานชายอายุสิบเจ็ดที่ผลการเรียนอยู่ในเกณฑ์น่าหวาดเสียวก็ยังรู้ว่าเรื่องทุกอย่าง -- ยกเว้นแล็บไหม้ -- เป็นเพราะหล่อนสายตาสั้นเองต่างหาก และสิ่งที่ควรทำมากที่สุดตอนนี้คือการโทรหาเจสสิก้า ฝากซื้อคอนแทกเลนส์มาใช้ชั่วคราว หรือให้เพื่อนมารับไปวัดสายตาและตัดแว่นเสีย ไม่ใช่ไปที่ทำการไปรษณีย์เพื่อรับพัศดุจากพี่ชายแบบนี้ -- อย่างน้อยก็เพื่อความปลอดภัยของคนอื่น น่ะนะ ...
ลมแรงที่พัดผ่านเพราะรถเคลื่อนที่ตัดอากาศทำให้ต้องหรี่ตามองทางเพราะความแสบ แต่นั่นก็ไม่ได้ชะลอจังหวะการปั่นให้ช้าลงไปเลยแม้แต่น้อย รตาตั้งใจว่าหลังจากวันนี้คงจะต้องหัดพึ่งประสาทส่วนอื่นนอกจากตาเสียบ้าง แต่ก่อนหน้านั้น หล่อนคิดว่าหล่อนควรหาวิธียั้งเท้าตัวเองไม่ให้ถีบรถเร็วเกินไปให้ได้เสียก่อน ...
3.
ขอบคุณคุณบล็องช์และท่านธีเบริน่าที่ช่วยให้หล่อนไม่เอารถไปเสยกับรั้วบ้านใครหรือทำความเสียหายไปมากกว่าที่ได้รับ
รตานึกอย่างกระปลกกระเปลี้ยขณะโยนกล่องกระดาษลงบนโต๊ะกินข้าวก่อนงุ่มง่ามไปหยิบมีดในครัวมาช่วยเปิด ระยะชัดที่ลดลงและสายตาที่สั้นไม่เท่ากันทำให้หญิงสาวต้องก้มหน้าเข้าไปใกล้ขณะค่อยๆใช้มีดแซะแต่ละจุดที่ถูกกาวยึดไว้ กว่าจะเปิดได้ หล่อนก็หวิดจะได้แผลเป็นบนหน้าขึ้นมาอีกแผล
พัศดุจากต่างแดนทำให้รตากลั้นหายใจ แม้จะมองไม่ชัด หล่อนก็รู้ว่าเป็นแจ็กเก็ตยีนส์ -- และถ้าจำไม่ผิด มันคือเดนิม แบบเดียวกับที่หล่อนเคยบ่นกับรัตติว่าอยากได้แต่ราคาแพงจนเสียดายเงิน
นิ้วสั่นไปหมดจนไม่รู้จะหยิบเสื้อออกมาจากตรงไหน สุดท้ายจึงค่อยตัดสินใจหยิบบัตรอวยพรที่วางอยู่บนสุดขึ้นมาเปิดอ่านก่อน
สุขสันต์วันเกิดรตา -- พี่คำนวณเวลาว่ากว่าจดหมายและพัศดุกล่องนี้จะไปถึงก็คงเป็นวันที่สิบเก้าพอดี ถ้าหากนอกเสียจากน้องจะไม่อยู่บ้านหรือมีเหตุให้ไม่ได้รับของในวันที่มันไปถึงบลอดเวน -- ขอให้น้องสาวของพี่มีความสุขมากๆ สุขภาพแข็งแรง ดูแลตัวเองด้วย น้องรัก พี่ไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่ว่าเธอจะนอนได้ครบแปดชั่วโมงอย่างที่สัญญากับวิทยาไว้ได้
ขอให้น้องของพี่ได้พบกับศิษย์ที่ดี ประสบแต่ความสุขความเจริญ อุปสรรคใดใดที่จะเข้ามาขัดขวางก็ขอให้มันแพ้ภัยตัวเองไปเสีย รีบๆหาแฟนให้ได้ล่ะ -- ไม่ต้องใส่ใจไอ้คนมือบอนนั่น
หมั่นติดต่อกลับมาบ้านบ้าง ได้ยินเจสสิก้าบอกว่าอินเตอร์เน็ตที่นั่นดีขึ้นมาแล้ว จะโทรผ่านสไกป์หรือเอ็มเอสเอ็นก็ได้ พวกเราคิดถึงเธอ
รัตติ
ป.ล. ห้ามโทรมาบ่นว่าเสียดายเงินหรือหนูไม่ได้ขอเด็ดขาด เสื้อตัวนี้พี่ซื้อให้เพราะว่าอยากให้ ไม่ใช่เพราะเธอเรียกร้อง หาของสวยๆงามๆใช้ ดูแลตัวเองบ้างเถอะ เธอเป็นผู้หญิงนะรตา
ป.ล.2 พี่คิดว่าแจ็กเก็ตไม่น่าจะคับนะ ถ้าเทียบจากขนาดตัวของเธอตอนที่ได้เจอกันครั้งล่าสุดแล้ว
ครูชีวะหลุดหัวเราะกับประโยคสุดท้ายของบัตรอวยพร อันที่จริงถ้าหากไม่ได้พัศดุของพี่ชายหล่อนก็คงลืมไปแล้วว่าวันนี้เป็นวันเกิดปีที่ยี่สิบเก้าของตัวเอง หญิงสาวหยิบเสื้อยีนส์ขึ้นมาลองทาบ ขนาดที่พอดีตัวทำให้อดไม่ได้ที่จะยิ้มให้กับความละเอียดและช่างจดจำของคุณหมอคนดี -- จริงๆหล่อนก็ชักอยากรู้เหมือนกัน ถ้าหากบอกรัตติว่าจำไซส์เสื้อผิดเขาจะทำหน้าอย่างไร
แต่อะไรบางอย่างที่สัมผัสปลายเท้าทำให้รตาละความคิดออกจากแผนแกล้งพี่ชายได้ชั่วคราว หล่อนพาดแจ็กเก็ตไว้บนกล่อง แล้วก้มลงหยิบของที่ -- คาดว่าคงร่วงลงมาจากของขวัญ -- ขึ้นมาดู สัมผัสเรียบลื่นที่คุ้นเคยทำให้หญิงสาวมุ่นหัวคิ้ว ก่อนจะสบถออกมาเมื่ออยู่ในระดับสายตาและเห็นได้ชัดเจน
มันคือบิกินี่สีฟ้าน้ำทะเลแบบสายคล้องคอและผูกหลัง -- ที่รตาสาบานกับตัวเองไว้ว่าหัวเด็ดตีนขาดยังไงก็ไม่มีทางใส่ -- แต่ร้ายกว่าชุดว่ายน้ำแบบสองชิ้นโชว์เนื้อหนังนั้นคงจะหนีไม่พ้นบัตรอวยพรใบจิ๋วที่ร้อยเชือกไว้
รีบใส่ก่อนสังขารจะเสื่อม
ลายมือที่คุ้นเคยทำให้อาการปวดหัวที่หล่อนคิดว่าทุเลาแล้วแล่นจี๊ดขึ้นมาใหม่จนหญิงสาวคิดอยากจับเครื่องบินกลับกรุงเทพแล้วไปปาดคอคนส่งของมาให้ซะเดี๋ยวนั้น ถ้าหากไม่กลัวว่าจะโดนพี่ชายจับฝังดินโทษฐานฆ่าแฟนหนุ่มของเขาไปเสียก่อน
ครูชาวไทยพึมพัมคำหยาบคายในภาษาบ้านเกิดอย่างที่ไม่เคยหลุดให้นักเรียนได้ยินก่อนผลุนผลันไปคว้าโทรศัพท์ นิ้วกดหมายเลขทางไกลรัวเร็วโดยไม่ต้องเสียเวลาหยุดคิด หล่อนสูดลมหายใจลึกขณะรอสัญญาณจากปลายสาย
"ครับ"
"พี่วิทยา...." รตาเค้นเสียงลอดไรฟัน
4.
กว่าจะวางโทรศัพท์ ท้องฟ้าข้างนอกก็เริ่มเปลี่ยนสีแล้ว หญิงสาวบิดขี้เกียจจนกระดูกลั่นกรอบแกรบก่อนเดินออกไปนอกห้อง อันที่จริงพอหล่อนนึกขึ้นได้ว่าวันนี้เป็นวันเกิดตัวเอง ครูชีวะก็อยากจะโทรศัพท์ไปชวนใครสักคนมาทานข้าวเย็นเป็นเพื่อนทันที -- ต่อให้อีกฝ่ายไม่รู้ และหล่อนไม่คิดจะบอกว่าวันนี้อายุตัวเองเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งปีแล้วก็เถอะ -- แต่ก็รู้ว่าฝ่ายโน้นต้องออกไปทำงานตั้งแต่สี่โมงเย็น ซึ่งสวนทางกับชีวิตประจำวันตัวเองอย่างสิ้นเชิง
หญิงสาวโยนแจ็กเก็ตตัวใหม่ลงตะกร้าผ้ารอซัก ส่วนชุดว่ายน้ำนั้น หล่อนหาถุงพลาสติกมาห่อแล้วเอาไปยัดไว้ใต้ซิงค์น้ำในครัวอย่างไม่ไยดี
รตายิ้มเหงาๆขณะอ่านบัตรอวยพรซ้ำอีกครั้ง ปีนี้เป็นปีที่สี่ติดต่อกันแล้วที่หล่อนฉลองวันเกิดคนเดียว -- และถ้านับไม่ผิด ก็น่าจะเป็นปีที่สิบตั้งแต่เกิดมา -- หญิงสาวไม่ใช่พวกชอบจัดงานปาร์ตี้หรือทำอะไรให้วุ่นวาย เพียงแต่การต้องอยู่คนเดียวในวันที่สมมุติเอาเองว่ามันพิเศษ ทั้งที่มันเป็นวันธรรมดาวันหนึ่งติดต่อกันหลายๆปีก็ทำให้รู้สึกเฉาได้อย่างไม่น่าเชื่อ
หล่อนไม่ได้ต้องการหรอก ทั้งของขวัญ บัตรอวยพร หรืออะไรก็แล้วแต่ ลึกๆที่อยากได้ ก็เพียงแค่ใครสักคนที่ทำให้หล่อนรู้สึกว่าตัวเองพิเศษต่อเขา และเขาก็พิเศษกว่าคนอื่นๆสำหรับหล่อน มาอยู่ข้างๆ ใช้เวลาร่วมกันก่อนวันธรรมดาๆแบบนี้จะพ้นไป
แต่ความจริงแล้ว มันก็ไม่ใช่ว่าแค่อย่างเชิงปริมาณ
เพราะเชิงคุณภาพ คำว่าพิเศษต่อเขามันมีค่ามากเสียจนไม่คิดว่าจะได้รับ ต่อให้จะเจอคนที่พิเศษกว่าคนอื่นๆสำหรับหล่อนแล้วก็ตาม
คุณครูชาวไทยหัวเราะอย่างไร้สาเหตุก่อนคว้ากระเป๋าสตางค์และพวงกุญแจ
บางครั้งหล่อนก็รู้สึกว่าคำขอมันคงมากเกินไปจนไม่น่าจะเป็นจริงได้ง่ายแน่ๆ รตารู้ตัวดีกว่าเงื่อนไขในการใช้ชีวิตหลายอย่างที่ตั้งขึ้นมาเองและหลายอย่างที่ถูกหล่อหลอมให้เป็น มันยุ่งยากและมากมายเกินไป
เพราะฉะนั้น... ปีนี้หล่อนคงจะขอเพียงได้ฟังเสียงเอเลน่าร้อง Someone To Watch Over Me รับอายุยี่สิบเก้าปี ก็พอ
================================================
- อัพไม่ทันมาสองปีแล้ว oTL แต่ปีนี้ขอโกง จองวันไว้ก่อน แง่มๆ
- ปีนี้รตาอายุยี่สิบเก้าแล้วค่ะ ใกล้เลขอันตรายสามสิบเต็มที (ฮา)
- ไม่ได้เขียนรตามานาน รู้สึกเขินลูกเบาๆ บอกไม่ถูก oTL แต่รู้สึกว่าเขียนแล้วมีความเปลี่ยนแปลงเป็นในทิศทางที่อยากให้เป็นมาก
- สารภาพว่า รู้สึกว่าหลายครั้งจะเขียนมุมมองรตาออกมายึดติดกับเรื่องเก่าๆมากไป อาจจะเพราะไม่ค่อยได้เขียนได้อัพเรื่องลูกสาวด้วย ความสัมพันธ์กับชาวเมืองเลยไม่คืบหน้า ก็เลยไม่กล้างุบงิบเขียนไป oTL
- จริงๆชอบรตาที่สดใสแล้วก็ใช้ชีวิตปัจจุบันไปเรื่อยๆมากกว่ารตาหง่อมเหงาคิดถึงแต่เรื่องเก่าๆซะอีก ;v;
- บีเดย์นี่ย่อมาจากทั้งแบดเดย์ บีซี่เดย์ และเบิร์ทเดย์ค่ะ
- บางทีคนเรามันต้องมีวันที่ทุกอย่างไม่ได้ดั่งใจ ความซวยเล็กๆน้อยๆแต่ถี่ๆกระหน่ำเข้ามาใส่ตลอดวันบ้างล่ะ ก็เลยลองเขียนเรื่องซวยๆให้มันดูขำดู
- ตั้งใจจะเขียนแง่มุมเอ๋อๆเวลามองไม่ชัด+ลืมวันเกิดตัวเอง แต่ไปไปมามาดันได้รตาขี้โวยวายในใจมาแทนซะงั้น ... //เขียนให้เอ๋อแล้วมันไม่ใช่เธอ oTL
- ตั้งใจว่าซัมเมอร์นี้จะพยายามถมไทม์ไลน์ให้แน่น ไม่รู้จะทำได้มั้ย //แต่ยังไงก็จะพยายามล่ะน่า
- น... นึกไม่ออกแล้วจะพูดอะไร สมองชักเบลอ
ป.ล. ขอบคุณพี่น้ำตาลมากๆค่ะสำหรับคำแนะนำเรื่องเพลง ;v; แล้วก็ขอบคุณพี่สินสำหรับข้อมูลเรื่องเวลาเปิดปิดสถานที่ราชการกั๊บ
ป.ล.2 ตรวจคำผิดไปแล้วสองรอบ คิดว่าคงไม่หลงเหลือแล้วมั้ง //ปาดเหงื่อ เดี๋ยวสายๆกลับมาเช็คอีกรอบนะคะ
ป.ล.3 มาคุณดิตแก้ไขคำผิดและแก้ความกำกวมของภาษา คิดว่าคงไม่มีอะไรแล้วล่ะมั้ง =A=;;;;
